The Sleeping Beauty
posted on 30 Dec 2011 15:37 by wazabi34

อ๊า คราวนี้มาแบบภาพและตัวอักษร (เผิอญอิฮั๊นไม่มีเวลาพอที่จะวาดคอมมิคได้ //โดนถรีบ) ภาษาอาจจะแปลกๆ ไปหน่อยนะคะ 


แขกรับเชิญ

.....
...
..
.
ราวๆ ห้าวันก่อนฉันได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากการที่ได้เดินทางแวะกลับไปที่ถิ่นของพวกหมาป่า
'มีจดหมายถึงฉันด้วยเหรอ? น่าแปลกใจเสียจริง ทั้งๆที่ฉันไม่ค่อยได้รู้จักใครเลยแท้ๆ
ใครเป็นคนส่งมากันนะ' ว่าแล้วก็แกะจดหมาย พลางย่างเนื้อไปอ่านจดหมายไป
''งานเลี้ยง... ที่เรือของพวกมนุษย์นั่นเหรอ....'' ว่าแล้วก็พลิกอีกหน้าดู พอกลิ่นเนื้อย่างได้ที่เลยหยิบมาแทะไปอ่านไป
หลังจากอ่านจบดีอาถึงรู้ว่าใครเป็นคนส่งมาจากมุมซองของตัวจดหมายที่อ่านเสร็จแล้วเกือบจะโยนเข้ากองไฟอย่างไม่สนใจใยดี เจ้าของจดหมายที่เธอนึกถึงแล้วก็อยากจะไปอยู่ใกล้ๆ อีกครั้ง
ว่าแล้วหลังจากซัดมื้อใหญ่(ที่ประกอบไปด้วยกวาง 2 ตัว ไก่อีก 3 แล้วยังบรรดาเห็ดและผักภูเขาอีก 1 ตะกร้า)และเก็บสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยเป็นที่เรียบร้อย เธอก็พร้อมที่จะออกเดินทางไปตามคำเชิญในจดหมายเพื่อให้ทันถึงตามกำหนดการจัดงาน
'ที่นี่ที่ไหนเนี่ย....' นึกในใจพลางพลิกแผ่นกระดาษที่บอกถึงสถานที่จัดงาน เธอเดินไล่ไปตามชายหาดมาราวๆจะวันนึงแล้วยังไม่เห็นจะมีวี่แววของเรือ แผนที่ก็ไม่เขียนบอกแล้วฉันจะไปถูกได้ยังไงกัน นี่ฉันต้องตามหาเองเหรอนี่ ถึงที่นี่จะไม่ได้กว้างขนาดเดินไปไม่สุด แต่มันก็ไม่ใช่เล็กๆเลย นึกบ่นๆในใจไปได้ซักพัก เธอก็เจอกับสิ่งที่ตามหา
เรือ !?
'เรืออะไรเนี่ย ไม่เคยเห็นใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย' นี่มันเรือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศษหรือเปล่ากันนะ! ช่างดูหรูหรามาก
'ต....ต้องหาทางขึ้นไปสินะ แล้วจะขึ้นไปทางไหนดีล่ะ เรือก็ออกจะใหญ่โตขนาดนี้ เอ.... ทางนี้หรือเปล่า...'
เดินสำรวจเรือไปได้เพียงนิดเดียวดูเหมือนจะขี้เกียจเดินต่อ ก็เลยตัดสินใจจับส่วนที่คล้ายขั้นบันไดที่ทำจากไม้ตรงที่กลางลำเรือที่โผล่ยื่นออกมาเพียงนิดเดียวปีนป่ายด้วยวิชาตัวเบาที่ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ที่สอนข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากขอบฟ้าอีกด้าน ขึ้นไปถึงดาดฟ้าของหัวที่ดูมีการประดับตกแต่งเตรียมพร้อมสำหรับงานที่จะมาถึง
'พวกมนุษย์นี่ช่าง... ช่าง.....'
พอมองเรือที่ดูตระการตาแล้วก็ลืมที่จะพูด ฉันก็เลยเดินต่อไปเพื่อเข้าไปในลำเรือที่กว้างขวางนั้น
ว่าแต่กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน? ดูเหมือนจะเป็น... เนื้อ... ไม่ใช่สิ ! นี่มันปลาไหลนี่นา! ปลาประหลาดที่ฉันเพิ่งเคยเห็นหลังจากที่มนุษย์คนหนึ่งในสภาพเปียกปอนดูไม่ได้ยื่นมาให้ !
มันอร่อยดี อยากลองกินดูอีกแล้วสิ !
ในเมื่อเจ้าปลาตัวเล็กมีเมือกลื่นๆ จับลำบากนั้นรอให้จับมาอยู่แล้วฉันเลยต้องรีบสาวเท้าไป
ใกล้ถึงแล้วต้องรีบไป !
ไปก่อนที่จะมีคนอื่นมาแย่ง !
ไม่ได้นะ เจ้าปลานั่นเป็นของฉันคนเดียว !
(ลูกสนใจปลาไหลมากกว่าคนที่ส่งจดหมายให้ซะแล้ว 5555 //โดนผปค.ลิสโบก) แล้วนั่นมันอะไรน่ะ ไอ้เงาตะคุ่มๆ ตรงปลายทางเดินนั่น
ฉันลองเพ่งสายตามองดูเลยรู้ว่านั่นคือมนุษย์ เอ..ว่าแต่มนุษย์นั่นแก่มากแล้วเหรอถึงได้มีผมเป็นสีขาว(หงอกเต็มกบาล)แบบนั้น แต่พอลองมองดูใกล้มันไม่ใช่นี่ ที่ยังดูไม่สูงวัยขนาดนั้น แล้วนั่นอะไรอีกกองกระดาษเกลื่อนกลาดนั่น หรือจะเป็นของผู้หญิงผมขาวคนนั้น ! แต่ช่างเถอะ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ากลิ่นที่อยู่ตรงหน้านี่หรอก !
ฉันมาแล้ว ! ปลาไหลจ๋า ฉันมาแล้ว !
พอฉัน(ถีบ)เปิดประตู(พังไปหนึ่งบาน)เพื่อเข้าไป กลับพบว่านั่นเป็นห้องเสบียง โอ้... มนุษย์นี่มีที่เก็บอาหารไว้เยอะแยะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย งั้นฉันจะขอแบ่งปันไปซักนิดนึงคงไม่เป็นไรสินะ !
แค่นิดเดียวเอง !
ต้องหาอะไรมาใส่สินะ เอ... ถุงผ้า(ขนาดใหญ่พอๆกับตัวดีอา)นั่นคงพอจะใส่ให้ฉันหายหิวสบายๆไปซักสองวันล่ะนะ อือ.. เอาอะไรบ้างดีล่ะ เนื้อ.. ใช่แล้วต้องเนื้อสิ !
แล้วมันอยู๋ไหน.. อ้อ แขวนไว้นั่นเองเหรอ? เอาเท่าไหร่ดี... ถ้าเอามากไปเดี๋ยวพวกนั้นจะสงสัย เอา(เนื้อวัวที่แล่แล้วหนึ่งตัว แพะอีกหนึ่งตัว เก้งและสมัน(?)อีกอย่างละตัว และยังมีสัตว์ล็กสัตว์น้อยอยางพวกไก่เเป็ด ฯ อย่างอีกและสองสามตัว)เท่านี้แล้วกัน เอามากไปแล้วกินไม่หมดก็เสียดาย อ๊ะ... ต้องพวกผักด้วยสิไม่ได้ๆ เดี๋ยว(ขาดคุณค่าทางโภชนาการกันพอดี) ไม่อร่อยกันพอดี
เอาล่ะ แค่นี้คงพอแล้ว ต้องรีบกลับก่อนที่พวกนั้นจะรู้ตัว ว่าแต่ฉันลืมอะไรรึเปล่านะ... ลืม... ปลา... เฮ้ย ! ฉันลืมปลาไหลได้ไง ! พอนึกออกฉันก็วางถุงแล้วกลับไปให้ห้องครัวใหม่ แต่ก็ต้องผิดหวัง
ปลาไหลอยู่ไหน !? ทำไมฉันหามันไม่เจอ !
ฮึ่ม... ก็อยากจะหาอยู่หรอกนะ จะเสียเวลามากคงไม่ได้.. ต้องตัดใจไปก่อนสินะเจ้าปลาไหล... แล้วฉันจะรอพบเจ้าในวันงานนะ ถึงจะอยากกินแค่ไหนก็ตามแต่ก็คงต้องไปก่อน ลาก่อนเจ้าปลาไหล...
...........
.....
...
..
.
ขณะที่แบกถุงอาหารฉันพยายามนึกว่าฉันลืมอะไรไป แต่ก็นึกไม่ค่อยจะออก ฉันลองทบทวนดูระหว่างทางเดินที่ทอดยาวสองฝั่งเต็มไปด้วยห้องและบานประตูมากมาย ฉันมาทำอะไรที่นี่กันแน่นะ ดูเหมือนอาหารที่หลังจะทำให้เธอลืมจุดประสงค์หลักที่มาที่นี่ไปเสียหมด
ปัง! ปัง!!
โครม !
ส..เสียงอะไร มาจากไหนน่ะ หือ บนหัวชั้นเองนี่ ! ถึงไม่อยากจะยุ่งก็เถอะ แต่เสียงแบบนี้มันผิดปรกติแล้ว ทำไมถึงไม่มีมนุษย์หน้าไหนโผล่ออกมาดูบ้างเลยนะ ! น่าแปลกเสียจริง
ทำไม ทำไมถึงสังหรณ์ไม่ดีเลย ฉันคิดพลางแบกถุงอาหารที่ขโมยมาวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินแล้วสาวเท้ายาวๆเพื่อขึ้นบันได แล้วก็วิ่งๆๆ เพื่อจะหาที่มาของเสียงแล้วก็ต้องสะดุดตา เมื่อเห็นประตูห้องๆ ที่เปิดอ้าไว้ ฉันเลยรีบวางถุงลง แล้วถลาเข้าไปเพื่อที่จะดูเหตุการณในห้องนั้น
อะไรน่ะ นั่นมัน...
ลิส ! ลิสบลูว์นี่ !
เธอที่เป็นคนส่งจดหมายให้ฉันนี่ จำได้แล้ว ฉันมาที่นี่เพื่อจะเจอเธอ ! (ลูกสมองปลาทองเหรอคะดีอา) แล้วเจ้านั่นจะทำอะไร... เจ้าหัวสีน้ำตาลนั่น ฉันไม่ยอมให้ทำอะไรลิสหรอก ก่อนที่มันจะลงมือฉันต้องชิงลงมือก่อน ด้วยการ
ตบ กบาล สั่งสอน !
คิดจะทำอะไรผู้หญิงคนนั้นกัน ผ่านฉันไปก่อนเถอะ !
โอ๊ะ... ดูเหมือนเจ้านั่นจะรับรู้ที่ฉันต้องการจะสื่อ(โดยการจ้องตา?)เลยลดความกราดเกรี้ยวลงแล้วออกจากห้องไป
สภาพห้องนั้มันอะไรกัน..... เละเทะขนาดนี้ต้องมีการต่อสู้กันแน่ แต่ทำไมเธอคนนั้นถึงยังดูหลับสบายอยู่ล่ะ ? เธอไม่เคยเป็นแบบนี้นี่ หรือเธอจะเป็นเหมือนพวกมนุษย์ที่นี่ตอนนี้ทั้งหมดที่ไม่มีใครโผล่มาหรือตื่นมาเลยซักคน เรื่องนี้คงมีเบืองหลังอะไรอยู่สินะ ไว้ค่อยไปหาข้อมูลแล้วกัน เพราะดูเหมือนที่นี่จะมีคนอื่นขึ้นมาอยู่เยอะเหมือนกันเสียด้วย
พอเหลือบมองไปนิดนึงก็สะดุดกับมนุษย์หัวทองที่นอนอยู่ข้างๆ แล้วผู้หญิงคนนี้มาจากไหนอีกล่ะ? แล้วทำไมถึงไม่ใส่เสื้อผ้มานอนกับลิสล่ะ ? ลิสก็ไม่ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน ...
อ๊ะ... หรือว่าพวกมนุษย์ที่เรียกว่า ' ไมเด้น ' เวลานอนด้วยกันมีธรรมเนียมที่ต้องไม่ใส่เสื้อผ้ากันแน่นะ แล้วมันไม่หนาวหรือไง มีแค่ผ้าห่มผืนเดียวแค่นี้เองนี่
ผมสีทองนี้ก็ดูแปลกดี ถึงตอนนี้มันจะดูมืดไปหน่อยเพราะไม่ค่อยมีแสงจันทร์ก็เถอะ แต่ฉันก็ยังมองเห็นชัดเจนอยู่ แล้วไอ้กลิ่นนี้มันอะไร กลิ่นที่ไม่เหมือนของพวกแววูฟล์ กลิ่นนี่มัน.. กลิ่นของพวกแวมไพร์....
กลิ่นมาจากไหนนะ พอลองทำจมูกฟุดฟิดตามหาที่มาของกลิ่นแล้วมันกลับมาปรากฏที่นอนหลับสบายไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่บนเตียง
' กลิ่นมาจากเธอเหรอ ลิสบลูว์ ทำไมตามร่างกายของเธอถึงมีแต่กลิ่นของแวมไพร์ รวมถึงกลิ่นจางๆในบรรยากาศห้องนี้ด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ'
ฉันได้แต่เก็บความสงสัยใส่ไว้ในใจและจดจำกลิ่นนี้ไว้เผื่อซักวันจะได้เจอแวมไพร์ที่เป็นตัวการเจ้าของกลิ่นนี้ แต่ก่อนหน้านั้นฉันลองสำรวจตัวลิสบลูว์แล้วไม่ปรากฎรอยคมเขี้ยวใดๆที่ดูเหมือนจะเกิดจากพวกนั้นเลยโล่งอกได้นิดหนึ่ง ว่าอย่างน้อยเธอนคนนี้ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ ตัวเธอตอนนี้ดูเหมือนจะมีแต่รอยถลอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นที่มีให้เห็น
อ้อ... เกือบลืมไปว่าฉันทำนี่มาฝากเธอด้วย ฉันคิดว่ามันก็ไม่ได้สวยมากอะไรเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าเธอจะยอมรับมั๊ย ไหนๆ แล้วก็ให้ไปแล้วแล้วกัน...
พอลองหยิบข้อมือเธอมาลองพลิกดูเบาๆเพราะกลัวจะตื่นก่อน ดูมันจะเล็กกว่าที่คิดแฮะ หวังว่ามันคงจะพอดีนะ ไอ้กำไลที่ทำมาจากเถาไม้อันนี้น่ะ
ว่าแล้วก็ลองผูกกับข้อมือของเธอดู อือ... พอดีเลย ถึงจะหลวมไปนิดหน่อยแต่ก็ดีแล้วมันจะได้ไม่รัดข้อมือมาก ขยับเลื่อนปมเชือกไปนิดหน่อยก็ดูเหมือนจะพอดี พอผูกเสร็จก็ค่อยวางมืออีกฝ่ายลงเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆเกลี่ยผมที่ปรกหน้าอีกฝ่ายออกอย่างเอ็นดู
' ไม่เจอกันนานเลยนะ ' ฉันได้แต่นึกอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน น่าแปลกมาก ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว ความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไรนะ ความคิดถึง รึเปล่านะ มันนานมากแล้ว ฉันจำความรู้สึกนี้ไม่ค่อยได้ แต่ดูเหมือนเวลาฉันอยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ที่ไรฉันเป็นต้องรู้สึกแปลกๆ ต่างจากคนอื่นไปทุกที
' ดูเหมือนฉันจะเสียเวลามามากแล้ว ต้องไปแล้ว ถึงอยากจะอยู่ดูผู้หญิงคนนั้นอีกซักหน่อยก็ตามที '
ก่อนไปฉันเขี่ยๆ ผมเธออีกครั้ง ก่อนก้มลงจูบที่หน้าผากเธอคนนั้นเบาๆ แล้วค่อยลุกขึ้นห่มผ้าให้ทั้งลิสแล้วก็คนที่อยู่บนเตียงดีให้ดีๆ เพราะกลัวจะป่วยไข้ไปเสียก่อน เพราะอากาศที่นี่มันหนาว อาจไม่เหมือนที่ๆ พวกเธอจากมา
หลังจากที่ห่มผ้าให้ทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินกลับออกมาแบกถุงอาหารที่วางทิ้งไว้นอกห้อง ก่อนที่จะเดินไปทางที่ดูเหมือนจะเป็นท้ายเรือของเรือลำนี้ อะไรกันแม้แต่ที่นี่ก็มีมนุษย์มานอนด้วยเหรอ แถมคราวนี้สองคนเสียด้วย มนุษย์ผมน้ำเงินดำนั่นคุ้นๆ นะ อ้อ! นึกออกแล้ว!
ฉันจำได้ ! เธอคนที่ทำให้ฉันติดใจในสิ่งนั้น !
คนแรกที่ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงสิ่งที่เรียกว่าปลาไหล !
แล้วคนข้างๆ ล่ะ ...หืม?... คุ้นๆเหมือนกันนะ เหมือนกับว่าจะนึกอะไรออก หรือเธอจะเกี่ยวข้องกับอดีตที่หายไปของฉัน เรื่องราวในอดีตบางส่วนที่ฉันจำไม่ได้ !
ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเธอเหลือเกินเลยวางถุง(ที่ขโมยมา) แล้วย่อตัวลองยื่นมือไปสัมผัสกับใบหน้าของคนผมเงินที่มีสีประหลาด ปลายผมของเธอมีสีม่วง เวลาสะท้อนกับแสงมันจะเปลี่ยนเป็นสีออกชมพูม่วงๆ ช่างดูน่าอัศจรรย์ใจเสียจริง
ฉันต้องเคยเจอ... เคยเจอผู้หญิงคนนี้แน่ๆ แต่นึกไม่ออกว่าที่ไหนและเมื่อไหร่
แย่แล้ว ฉันเผลอให้ความสนใจกับมนุษย์คนนี้มากไปจนลืมไปว่าต้องรีบลงจากเรือ
พอลุกขึ้นถอยจากผู้หญิงคนนั้นมาฉันก็หยิบถุงผ้าที่บรรจุของไว้เต็มเดินขึ้นไปขนดาดฟ้าเรือ ก่อนจะหาเชือกมามัดถึงนั้นแล้วค่อยๆ หย่อนลงไปอย่างนิ่มนวล(กลัวว่าของข้างในมันจะเละตุ้มเป๊ะไปเสียก่อน) แล้วก็ค่อยๆ ไต่ลงไปตามสายเชือกนั้นนิดนึงแล้วก็กระโดด(ม้วนตัวสามตลบ)ลงมาที่พื้น(ได้คะแนนเต็มสิบ)
ฉันเดินห่างมานิดหนึ่งก่อนจะหันหลังไปมองเรือที่ใหญ่โตลำนั้น พลางคิดถึงคนที่ส่งจดหมายมาหาเธอ คนที่เคยคลุกคลีอยู่ด้วยกันเป็นเดือนๆ
' คิดถึงเธออย่างไรก็บอกไม่ถูก คงต้องรอให้ถึงเวลาที่ระบุในจดหมายเธอคงจะได้พบกับมนุษย์ที่มีตาสีน้ำเงินคนนั้นอีกครั้ง '
...........
.....
...
..
.
.

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์!! เสร็จแว้ววววววววววววว ๕๕
นี่ต้องรอให้มีวันหยุดแบบปีใหม่ถึงได้ทำกันเลยทีเดียวเชียว ฮึ่มๆ งานที่มหาลัยมันเยอะมากค่ะ
อาจารย์ก็สั่งเอาๆ //นินทา
เอาเถอะค่ะ ไหนๆมันก็เสร็จแล้ว //นอนเป็นซาก
หวังว่าคงอ่านรุ้เรื่องแล้วก็สนุกกันนะคะ //วิ่งหนีเผื่อมีคนอยากตื้บ
อ้อ....
ไปตามอ่านเนื้อเรื่องต่อได้ที่บลอคพี่แมวน้ำค่ะ ๕๕

ปล. รูปประกอบฟิค มาอีดิทเพิ่มแล้ว ค่ะ //วิ่งหนี //โดนตรฟ
ปล.2 พี่แมวน้ำคะ ดีอายังไม่เสียตัวสินะคะ.... 

Tags: dlgl, dlglsb, original11 Comments














เดี๋ยวน้อยใจ (ฮา)